
อาร์มี่ ยูไนเต็ด เบ็ดเสร็จทุ่ม 90 ล. งานนี้ไม่ดีกว่าซีซั่นก่อนให้มันรู้ไป
อาร์มี่ ยูไนเต็ด หรือ ''สุภาพบุรุษวงจักร'' ปีก่อนจบฤดูกาลด้วยอันดับ 13 จาก 18 ทีมทั้งๆ ที่ช่วงเริ่มต้นฤดูกาลออกสตาร์ตได้สวยไม่น้อยทีเดียวแต่ปัญหาก็คือเกมนอกที่ทำทำผลงานได้ไม่ดีต่างจากในถิ่นที่เล่นดีติดอันดับ
ต้นๆ ไม่แพ้ทีมใหญ่ๆ ไทยลีกฤดูกาล 2010 พวกเขาหวิดตกชั้น ดีที่สมาคมลูกหนังไทยมีนโยบายเพิ่มทีมเลยอยู่รอดได้ด้วยการเพลย์ออฟจากฝีมือ ทำทีมของกุนซือผู้ล่วงลับอย่าง "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ กับ ธนเดช ฟูประเสริฐ นั่นเอง สุดท้ายกุนซือทั้ง 2 รายตัดสินใจลาออกจากทีมไปและเป็น "โค้ชดู๊ด" อดุลย์ รุ่งเรือง ที่เข้ามารับไม้ต่อและพาทีมอยู่รอดโดยได้ไม่ตกชั้นได้สำเร็จ ฤดูกาลใหม่ 2012 นี้ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่สลัดคราบความเป็นทีมข้าราชการทหาร ออกไปจนหมดสิ้นภายใต้การบริหารทีมของ 2 ผจก.ทีม อย่าง "เสธ.ชาย" พลตรี อดุลยเดช อินทะพงษ์ ผจก.ทีม และ "เสธ.โย่ง" พลตรี อนันตพร กาญจนรัตน์ ผจก.ทั่วไปที่รับนโยบายมาจากนายใหญ่ แห่งกองทัพบก อย่าง "บิ๊กตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานสโมสร "สุภาพบุรุษวงจักร" กลายเป็นอีกทีมที่น่าจับตามองและน่าจะมีโอกาสทำผลงานระดับที่เรียกว่าม้ามืด ออกมาได้ในฤดูกาลใหม่นี้เพราะปีนี้ทีมทุ่มงบประมาณไม่น้อยกว่าปีก่อนโดยเฉพาะการเสริมทัพด้วยนักเตะเข้ามาเสริมทีมหลายรายด้วยกัน ฟันธงล่วงหน้าไว้ล่วงหน้าเลยว่า เลขตัวเดียว พวกเขาน่าจะทำได้สำเร็จแน่นอน
ต้นๆ ไม่แพ้ทีมใหญ่ๆ ไทยลีกฤดูกาล 2010 พวกเขาหวิดตกชั้น ดีที่สมาคมลูกหนังไทยมีนโยบายเพิ่มทีมเลยอยู่รอดได้ด้วยการเพลย์ออฟจากฝีมือ ทำทีมของกุนซือผู้ล่วงลับอย่าง "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ กับ ธนเดช ฟูประเสริฐ นั่นเอง สุดท้ายกุนซือทั้ง 2 รายตัดสินใจลาออกจากทีมไปและเป็น "โค้ชดู๊ด" อดุลย์ รุ่งเรือง ที่เข้ามารับไม้ต่อและพาทีมอยู่รอดโดยได้ไม่ตกชั้นได้สำเร็จ ฤดูกาลใหม่ 2012 นี้ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่สลัดคราบความเป็นทีมข้าราชการทหาร ออกไปจนหมดสิ้นภายใต้การบริหารทีมของ 2 ผจก.ทีม อย่าง "เสธ.ชาย" พลตรี อดุลยเดช อินทะพงษ์ ผจก.ทีม และ "เสธ.โย่ง" พลตรี อนันตพร กาญจนรัตน์ ผจก.ทั่วไปที่รับนโยบายมาจากนายใหญ่ แห่งกองทัพบก อย่าง "บิ๊กตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานสโมสร "สุภาพบุรุษวงจักร" กลายเป็นอีกทีมที่น่าจับตามองและน่าจะมีโอกาสทำผลงานระดับที่เรียกว่าม้ามืด ออกมาได้ในฤดูกาลใหม่นี้เพราะปีนี้ทีมทุ่มงบประมาณไม่น้อยกว่าปีก่อนโดยเฉพาะการเสริมทัพด้วยนักเตะเข้ามาเสริมทีมหลายรายด้วยกัน ฟันธงล่วงหน้าไว้ล่วงหน้าเลยว่า เลขตัวเดียว พวกเขาน่าจะทำได้สำเร็จแน่นอน
ส่วนเรื่องตกชั้นต้องดิ้นรนหนีตายไม่น่าจะเกิดขึ้นกับพวกเขาอย่างแน่นอนความพร้อม หลังจบฤดูกาลที่แล้ว
อาร์มี่ฯ ปล่อยให้นักเตะพักแค่ไม่กี่วันก็เริ่มกลับมาเข้าแคมป์เตรียมทีมกันต่อทันที โดยได้มีการปฐมนิเทศให้กับนักเตะและทีมงานทำทีมไปเมื่อเดือน ก.พ. 55 ที่ผ่านมาก่อนที่จะลงอุ่นเครื่องไปอีกหลายเกมซึ่งผลงานถือว่าไม่ขี้เหร่ โดยได้รองแชมป์รายการที่ทีม ปตท.ระยอง จัดขี้นมาด้วยผลงาน ชนะ พัทยา ยูไนเต็ด 1-0 และ แพ้ดวลจุดโทษ ให้เจ้าภาพ ปตท.ระยอง ไปหลังเสมอในเวลา 1-1 ฤดูกาลนี้อาร์มี่ฯ เสริมทัพได้อย่างน่ากลัวทีเดียว โดยใช้งบประมาณไปสำหรับการคว้านักเตะไทยและต่างชาติมาอยู่กับทีมเป็นเม็ด เงินหลักสิบล้านบาท โดยทีมงานโค้ชยังคงมีกุนซืออย่าง "โค้ชดู๊ด" อดุลย์ รุ่งเรือง เป็นกุนซือใหญ่ตามเดิม ถือว่า อาร์มี่ฯ นั้นพร้อมทีเดียวสำหรับฤดูกาลนี้ งบประมาณ, สปอนเซอร์ ฤดูกาลนี้ อาร์มี่ ยูไนเต็ด มีงบประมาณทำทีมอยู่ที่ราว90 ล้านบาท โดยเป็นงบสำหรับการบริหารจัดการทีมรวมกับงบที่ใช้กับทีมฟุตบอลโดยตรง เม็ดเงิน90 ล้านบาทมาจาก สปอนเซอร์หลักอย่าง เครื่องดื่ม "ช้าง",ซีพี, เอไอเอ และมีผลิตภัณฑ์กีฬา แพน เป็น สปอนเซอร์ ชุดแข่งขัน และอุปกรณ์ฝึกซ้อมให้กับทีมโดยอาจจะได้สปอนเซอร์เพิ่มเข้ามาอีก 1-2 รายแต่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยมาแต่อย่างใดว่าจะเป็นเจ้าไหน ขุมกำลังฤดูกาล 2012 นี้
อาร์มี่ ยูไนเต็ด มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นเยอะทีเดียวทั้งปล่อยออกจากทีมไปและคว้าเข้ามา ใหม่ โดยที่ออกจากทีมไป มี นราธิป พันธ์พร้อม ที่ไป ราชบุรี เอฟซี, ศิวเมต ธนูศร ไป สุพรรณบุรี, มงคล ทศไกร ไป ปตท.ระยอง, ธนากรณ์ แดงทอง ไป ทีโอที เอสซี, ราฟาเอล ซานตาน่า ไป ทีโอที, กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล กลับ เอสซีจี เมืองทอง, อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ ไป ปตท.ระยอง, ตัวหลักจากปีก่อนอย่าง สราวุธ ทองสวัสดิ์, ดาวุฒิ ดินเขต, จักรพงษ์ สมบูรณ์, นิพนธ์ คำทอง, ธาตรี สีหา, วันชนะ รัตนะ, วีระพงษ์ มูลคำแสน, จักรกฤษณ์ เรืองสันเที๊ยะ, ไกรสร ศรียันต์, ปกาศิต แสนสุข ยังอยู่กันพร้อมหน้า ส่วนที่เข้ามาใหม่ในส่วนของนักเตะไทยมี ศรายุทธ ชัยคำดี จาก บางกอกกล๊าส, ณรงค์ จันทร์เสวก จาก ทีทีเอ็ม เชียงใหม่, อิสระพงษ์ ลิละคร จาก ศรีสะเกษ, กฤษดา เก็มเด็ม จาก โอสถฯ, สุชิน เย็นอารมณ์ จาก ปตท.ระยอง, วัชรพงษ์ กล้าหาญ จาก ศรีสะเกษ, โกสินทร์ เหมบุตร ถูกเรียกกลับมาจาก เชียงใหม่ รวมถึง ฉัตรชัย โมกเกษม ที่กลับมาจาก ราชบุรี, ปวริศร์ แสนสุข มาจาก ทีโอที ขณะที่ตัวนอกที่เข้าใหม่มี 5 รายไม่รวมของเดิมจากปีก่อนที่ยังคงอยู่กับทีมคือ กองกลางอย่าง โทนี่ เดอ ปินโต้ และ กองหลังอย่าง อเลสซานโดร อัลเวส ชาวบราซิล สมาชิกใหม่ในส่วนของนักเตะต่างชาติคือ ดาเนียล บลังโก้ กองหลังชาวสเปน, บียอร์น ลินเดมันด์ กองกลางชาวเยอรมันที่เล่นในเยอรมันมาอย่างโชกโชน, แดนนี่ อินวิชิเบิ้ล ปีกจากออสเตรเลีย, มาร์ติอัส เรซิโอ กองหน้าอาเจนไตน์ และรายล่าสุดเป็นนายทวาร อย่าง ลูคัส ดาเนียล นั่นเอง
เป้าหมายฤดูกาลนี้ อาร์มี่ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะกับผู้บริหารทีมโดยเฉพาะ "เสธ.ชาย" พลตรี อดุลยเดช อินทะพงษ์ นั้นอยากจะเห็นทีมเดินหน้าทำตามเป้าหมายที่ท่านประธานสโมสรอย่าง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยากเห็นทีมเดินไปถึงให้ได้คือหวังจบด้วยอันดับไม่เกินที่ 5 ให้ได้ ดูแล้วอาจจะเป็นเป้าหมายที่ยากสักหน่อยสำหรับพวกเขาแต่เชื่อว่าด้วยศักยภาพ ของทีมที่ปีนี้เสริมทัพได้อย่างน่ากลัวและขุมกำลังถือว่าดีกว่าปีก่อนพอ
สมควรนั้นเชื่อว่าพวกเขาน่าจะมีลุ้นจบฤดูกาลด้วยอันดับเลขตัวเดียวและดีกว่า ปีก่อนคือที่ 13 ได้ไม่ยากแน่นอน วาทะกุนซือ อดุลย์ รุ่งเรือง กุนซือใหญ่ที่ปีนี้จะได้ทำงานร่วมกับทีมงานสตาฟ์โค้ชที่ประกอบด้วย พนิพล เกิดแย้ม, สมบูรณ์ เอกวรรณ, สมชาย ธาตุระหัน และที่ปรึกษาทีมที่ได้ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน มานั่ง รวมถึงโค้ชฟิตเนสอย่าง เปาโล และ โค้ชนายทวารอย่าง เซเลเมา ออกมาพูดถึงเป้าหมายของทีมว่า "ผมในฐานะคนที่รับผิดชอบทีมในฐานะของหัวหน้าผู้ฝึกสอนต้องทำตามเป้าหมายของทีมที่ผู้ใหญ่วางให้ได้ยอม รับว่ากดดันไม่น้อยทีเดียวเพราะเป้าหมายนั้นค่อนข้างสูงแต่หากมองที่การที่ ผมต้องเข้าไปรับไม้ทำทีมต่อจาก"โค้ชก๊อก" ในปีที่ผ่านมาแล้วพาทีมอยู่รอดได้สำเร็จก็ไม่น่าจะมีอะไรต้องวิตกกังวลอีก แล้ว ผมพร้อมยอมรับหากพาทีมทำผลงานออกมาไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเลกแรกจะทำทีมให้อยู่ในอันดับกลางๆ ตารางให้ได้ไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องไปเหนื่อยในเลกสองและจะทำให้มีโอกาสจบฤดูกาลด้วยเลขตัวเดียวได้ ไม่ยาก
"
สมควรนั้นเชื่อว่าพวกเขาน่าจะมีลุ้นจบฤดูกาลด้วยอันดับเลขตัวเดียวและดีกว่า ปีก่อนคือที่ 13 ได้ไม่ยากแน่นอน วาทะกุนซือ อดุลย์ รุ่งเรือง กุนซือใหญ่ที่ปีนี้จะได้ทำงานร่วมกับทีมงานสตาฟ์โค้ชที่ประกอบด้วย พนิพล เกิดแย้ม, สมบูรณ์ เอกวรรณ, สมชาย ธาตุระหัน และที่ปรึกษาทีมที่ได้ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน มานั่ง รวมถึงโค้ชฟิตเนสอย่าง เปาโล และ โค้ชนายทวารอย่าง เซเลเมา ออกมาพูดถึงเป้าหมายของทีมว่า "ผมในฐานะคนที่รับผิดชอบทีมในฐานะของหัวหน้าผู้ฝึกสอนต้องทำตามเป้าหมายของทีมที่ผู้ใหญ่วางให้ได้ยอม รับว่ากดดันไม่น้อยทีเดียวเพราะเป้าหมายนั้นค่อนข้างสูงแต่หากมองที่การที่ ผมต้องเข้าไปรับไม้ทำทีมต่อจาก"โค้ชก๊อก" ในปีที่ผ่านมาแล้วพาทีมอยู่รอดได้สำเร็จก็ไม่น่าจะมีอะไรต้องวิตกกังวลอีก แล้ว ผมพร้อมยอมรับหากพาทีมทำผลงานออกมาไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเลกแรกจะทำทีมให้อยู่ในอันดับกลางๆ ตารางให้ได้ไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องไปเหนื่อยในเลกสองและจะทำให้มีโอกาสจบฤดูกาลด้วยเลขตัวเดียวได้ ไม่ยาก
"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น